Lock iconRectangle 1Rectangle 2 + Rectangle 2 CopyShapeRectangle 1
4 Basic Lighting Design

4 Basic Lighting Design

 "Artist paint their picture with brush but we paint your home with LIGHT."

 (ศิลปินรังสรรค์ผลงานด้วยแปรง เราสร้างสรรค์บ้านคุณด้วยแสง)

ตอนเด็กๆ เราเรียนศิลปะ คุณครูสอนให้เราใช้สีหลายสี ลงสีเข้มสีอ่อน สร้างแรเงา

เพื่อให้ภาพของเราสวยงาม น่าสนใจ

แต่พอโตขึ้นมา ห้องของเรากับถูก ตีกรอบสี่เหลี่ยม ด้วยแสงที่สว่างเท่ากันหมด

ลองเงยขึ้นมองที่เพดานห้องตอนนี้

มี ดาวไลท์ 4-6-8  ดวงติดอยู่ ห่างเท่าๆกัน อยู่หรือเปล่า

คุณเปิดไฟแล้ว แสงเท่ากันหมดทั้งห้องหรือไม่

4 type of Lighting Function

นักออกแบบแสง (Lighting Designer) กล่าวไว้ว่า

"ไม่มีแสงไหนที่สามารถทำหน้าที่ได้ครบทุกชนิดแสง"

โคมไฟสวยๆ แพงๆ ไม่ได้ทำให้บ้านคุณสวยขึ้น

แต่การเข้าใจในข้อแตกต่างของแสง Ambient, Accent, Task, Decorative

จะช่วยให้คุณสามารถผสมผสาน แสงในห้อง เพื่อให้ได้บรรยากาศที่ลงตัว และ สวยงาม

มาดูกันว่า 4 แสงที่จะเปลี่ยนบ้านคุณ มีอะไรบ้าง


#1 Ambient Light - แสงบรรยากาศล้อมรอบ

หรือเรียกอีกอย่างว่าแสงทั่วไป

แสงชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นแสงพื้นฐานหลัก ลำดับแรกของบ้าน

แสงนี้ใช้ เพื่อความสบายตา นำแสงทางเดิน หรือ เพื่อให้ทำงานในบริเวณนั้นๆอย่างสะดวก 

นักออกแบบแสงบางคนเลือกใช้แสงจากธรรมชาติแทนการติดตั้งดวงโคม

เช่น การปล่อยให้แสงเข้าผ่านทางหน้าต่าง หรือ sun roof

ซึ่งหากสามารถหันหน้าต่างไปทางทิศใต้ได้ เราจะได้รับแสงธรรมชาติสูงสุด

เจ้าของบ้านอาจจะเปลี่ยนสวิตช์ และ หลอด ให้ใช้สำหรับดิมเมอร์

เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้ Ambient light ให้มีบรรยากาศที่แตกต่าง หลากอารมณ์ได้

โคมที่เหมาะกับ Ambient light เช่น ดาวไลท์ ไฟช่อ หรือ ไฟเพดาน เช่นไฟซาลาเปา

 


#2 Accent Light - แสงที่ใช้เพื่อเน้นให้วัตถุโดดเด่นขึ้นมา

แสง Accent ถูกใช้เพิ่อเน้นจุดที่ต้องการให้มีความน่าสนใจในห้องนั้นๆ

โดยยิงแสงเข้าไปที่ รูปภาพ ประติมากรรม รูปปั้น 

เพื่อให้วัตถุนั้นๆโดดเด่นขึ้นมา หรือ เรียกอีกอย่างว่า ให้สิ่งนั้นลอยออกมา

ซึ่งจะทำให้ห้องดูมีมิติ เสมือนการแรเงา สีต่างๆในภาพของจิตรกร

อีกหนึ่งเทคนิคที่นิยมใช้โดยนักออกแบบคือ

การสาดแสง ใส่ผนัง/กำแพง

เพื่อไฮไลท์วัสดุที่ใช้บนผนังให้โดดเด่นขึ้นมา

 

 เพื่อให้ผลสูงที่สุด แสงจาก Accent Light

ควรสว่างอย่างน้อย 3 เท่า ของแสงทั่วไป (Ambient Light)

โคมที่สามารถให้แสง Accent คือ ดาวไลท์ ไฟผนัง แทรคไลท์ 


#3 Task Light - แสงเฉพาะเพื่อการใช้งาน

ตรงตามชื่อของชนิดแสง Task Light ถูกนำมาใช้เพื่อให้ทำงานเฉพาะเจาะจงประเภทนั้นๆ

เช่น ไฟที่ส่องมาเพื่ออ่านหนังสือ ทำการบ้าน ทำงาน

หรือ ไฟส่วนเหนือตู้ในห้องครัวเพื่อส่องลงมาเพื่อให้เตรียมอาหาร.

Task Light ควรจะอยู่ในจุดที่ไม่ก่อให้เกิดการแสบตา (glare) ขณะใช้งาน

เพราะ glare จะทำให้เกิดการเหนื่อยล้าของดวงตา

ถึงแม้ผู้ใช้จะไม่ได้จ้องไปที่แหล่งกำเนิดแสงโดยตรง

และ สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องระวัง คือเงาที่เกิดจากการติดตั้งไม่ถูกตำแหน่ง

เช่นโคมส่องมาที่โต๊ะทำงาน แต่ถูกติดตั้งอยู่ด้านหลังศรีษะของผู้ใช้

ซึ่งทำให้เกิดเงาลงบนโต๊ะทำงาน

โคมที่เหมาะกับการให้แสง Task คือ ไฟห้อย ไฟตั้งพื้น ไฟตั้งโต๊ะที่ยกเคลื่อนที่ได้ง่าย



#4 Decorative Light - โคมที่ทำหน้าที่ เป็นหน้าเป็นตาของบ้าน เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง

 

หลักง่ายๆในการเลือกไฟชนิดนี้ คือ หน้าตา และ ความสวยงามของโคมไฟ

การเลือกโคมชนิดนี้จึงไม่มีถูกหรือผิด เพราะ เกิดจากความชื่นชอบของเจ้าของเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

โคมที่ถูกใช้เป็น Decorative คือ โคมแชนเดอเรียร์ ไฟตั้งโต๊ะ ไฟตั้งพื้น

Some good Example of Lighting Design

หลายคนอาจจะงงอยู่ว่า 4 แสงนี้ มันจะทำให้ห้องเราชิค ได้อย่างไร

เรามาดูตัวอย่างการผสมแสงต่างๆใน 1 พื้นที่ 

ว่าผลของการระบายแสงให้ถูกสี จะเกิดผลอย่างไรครับ

โคมผนังทำหน้าที่ ทั้ง Accent ที่มุมห้อง และ Decorative ในตัวโคมเอง

ซึ่งสร้างบรรยากาศสบายๆ น่าพักผ่อน

โคมไฟทางเดิน ที่กดแสงลงมาด้านล่าง (ไม่ได้กระจายแสงให้ฟุ้งไปทั่ว)

ทำหน้าที่ Task ให้แสงสว่างตามทางเดิน และ Ambient สร้างบรรยากาศทั่วๆไปในสวน 

โคมไฟผนังทำหน้าที่ hilight ให้ผนังไม้โดดเด่นขึ้นมาเป็นที่น่าสนใจ

แต่ก็ยังให้แสงสว่างนำทางในที่มืด

ต่างคนต่างความชอบ

บางคนอาจจะชอบแสงสว่างๆ ในสวนมากกว่าแสงมืดๆสลัวๆ

สวนในรูป ผสมแสง Ambient (ไฟสนาม) กะ Accent ยิงใส่ผนัง

ทำให้สวนของคุณไม่น่าเบื่อ ดูน่าค้นหา

ห้องอาหารในรูปใช้แสง Accent ยิงลงมาที่โต๊ะ

ควบคุมองศาความกว้างของแสง 

สร้างเงา ความมืด และ สว่างในจุดที่จำเป็นในการใช้สายตา แทนที่จะสว่างเท่ากันทั้งห้อง

โคมไฟห้อยที่ห้อยเหนือโต๊ะ ทำหน้าที่ Decorative + Task

ถ้าสังเกตุดูดีๆ บนโต๊ะ จะสว่างเท่ากันหมด ไม่มีแสง และเงา

เพราะ ในขณะที่รับประทานอาหาร ผู้ออกแบบไม่ต้องการให้เกิด แสงและเงาตกบนโต๊ะ

ซึ่งไม่ใช่แค่ส่งผลกะการมองเห็น แต่ อาจจะส่งผลต่อความน่าทานของอาหารที่ทำออกมาด้วย

ตัวอย่างสุดท้าย ที่จะขอจบบทความนี้

เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ที่รวม 4 แสงไว้ในห้องเดียว

ผู้ออกแบบใช้ แสง Accent ยิงใส่ ผนังซึ่งทำให้ วัสดุโดนเด่นขึ้นมา

ดาวไลท์ ยิงแสง Task ลงมาที่โต๊ะอาหาร

ไฟหลืบที่ซ่อนอยู่บนฝ้าให้แสง Ambient โดยรวมของห้อง

ไฟตั้งพื้นที่มุมห้องทำหน้าที่ เป็น Decorative
และยัง Hilight วัสดุบนผนังอีกด้วย

 

หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว

ถ้าต้องการคำแนะนำ หรือ ปรึกษา

เรื่องการออกแบบแสง

สามารถ add line id : @lamptitude

(มี @ นำหน้านะครับ)

มาคุยกันได้นะครับ 

 

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการระบายห้องด้วยแสงนะครับ