Lock iconRectangle 1Rectangle 2 + Rectangle 2 CopyShapeRectangle 1
8 Basic Lighting words that you should understand

8 Basic Lighting words that you should understand

Lighting Design is how we craft Light and Darkness into reality

 

ที่ใดมีความมืด ที่นั้นย่อมมีแสงสว่าง
การออกแบบแสง คือ การใช้ความชำนาญในการผสม แสงสว่าง และ ความมืด
ให้ออกมาเป็นความสวยงาม

เจ้าของบ้านไม่ใช่วิศวกรไฟฟ้า 
ศักย์ไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า กำลังกี่จูลย์ต่อวินาที
ไม่ใช่ศัพท์ที่คนทั่วไปจะใช้คุยกัน
วันนี้ Lamptitude จะมาแนะนำ 7 คำศัพท์ ง่ายๆ ที่ควรรู้
ที่จะใช้คุยกับผู้ออกแบบ หรือ ผู้รับเหมาให้รู้เรื่อง 



1.  Watt = หน่วยวัดอัตราการกินไฟของอุปกรณ์ไฟฟ้า

วัตต์ เป็นหน่วยที่ใช้วัด ต่อชั่วโมง
หลอด 5 w แปลว่า หลอดนี้กินไฟ 5 w ต่อ ชั่วโมง
ในอดีตเจ้าของบ้านที่มองหาโคมไฟ
โดยส่วนมากมองหาความสว่าง 
โคมตัวไหนยิ่งสว่างยิ่งขายดี
คนส่วนมากจะสอบถามเพื่อขอซื้อวัตต์เยอะๆ
ซึ่งในปัจจุบัน จริงๆแล้ว ถือว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ด้วยเทคโนโลยี่ปัจจุบัน อัตตราการกินไฟที่ วัตต์น้อยกว่า ก็สามารถ สว่าง กว่าวัตต์เยอะได้
ยิ่งวัตต์เยอะ  เท่ากับค่าไฟที่ต้องจ่ายมากขึ้น

2. Volt (v)- แรงดันไฟฟ้า

เปรียบให้เข้าใจง่ายๆ เหมือน แรงดันน้ำของปั๊มน้ำ
ยิ่งตัวเลขเยอะ แรงดันยิ่งเยอะ น้ำยิ่งไหลแรง
ในประเทศไทยแรงดันอยู่ที่ 220v
หากหลอดที่จะใช้ระบุที่ 12v
แปลว่าต้องใช้หม้อแปลงในการแปลงแรงดันไฟฟ้า
ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อแรงดันน้ำ 220v แต่หลอดของเรา 12v
หลอดที่บ้านจะระเบิดได้เลยนะครับ

3. Lumens (lm) - ความสว่างที่ออกมาจากต้นกำเนิดแสง (หลอด)

หากคุณกำลังมองหาหลอดที่ให้ความสว่างสูง
คุณจะต้องลืมคำว่า วัตต์ แต่ มองที่กล่อง หาค่า Lumens แทน
หลอดที่ให้ความสว่างได้ดีจะต้องให้ ค่า Lumens ที่สูง
โคมที่ดี หลังจากใส่หลอดไปแล้ว
ค่า Lumens ต้องไม่ลด มากเกินไป

4. Lux (lx) - ความสว่างที่กระทบมาที่วัตถุ 

หากคุณเคยสงสัยว่า ห้องนอนจะสว่างพอไหม โต๊ะทำงานไฟจะพอไหม
ความสว่างที่เพียงพอของชายคนนึง อาจจะต่างกับความสว่างที่เพียงพอ ของคุณพ่อ แม่ ของเขา
แล้วอะไรหละ ที่จะเป็นตัววัด ว่า ตรงนี้สว่างพอไหม
Lux คือ คำตอบของโจทย์นี้  
Lux คือ หน่วยที่วัดแสงที่ ตกลงมากระทบที่ ส่วนที่หน้างาน
ค่ามาตรฐานที่กำหนดมา ห้องทำงานใช้ 400 lux
เพราะ เป็นบริเวณที่ต้องใช้สายตาเยอะ
แต่เทียบกับ ห้องนอน หรือ ห้องครัว อาจะใช้เพียงแค่  200 lux 
หรือไฟทางเดินใช้แค่ 100 lux ก็เพียงพอ แล้ว

5. Warm white , Day Light  - แสงสีส้ม แสงสีขาว


แสง Warm white คือ แสงสีส้ม (2700k-3000k)
แสง Day Light คือ แสงขาว  (6200k-6500k)
หน่วยที่ใช้วัด คือ Kevin (k) - อุณหภูมิสีของแสง
เลขน้อยสีจะออกส้ม เลขมากสีจะออกขาว
แสง WW จะเหมาะกับห้องที่ต้องการอารมณ์พักผ่อน
ส่วนแสง DL จะเหมาะกับห้องที่ต้องการพลังงานมากกว่า
สำหรับ คนที่ไม่ชอบแสงที่ ส้ม หรือ ขาว เกิน
แสง Cool white ที่ 4000k อาจจะเป็นทางเลือกสำหรับ คนที่ชอบสีกลางๆ

6. ค่า IP Rating - ค่าการกันน้ำของอุปกรณ์ อีเล็กโทรนิค

IP Rating คือ ค่ามาตรฐานในการวัดว่า สิ่งของ และ น้ำ จะเข้าไปที่โคมได้ขนาดไหน
ตัวเลขหน้าจะบอกว่า ของแข็งเข้าไปได้หรือไม่
ตัวเลขหลังจะบอกว่า น้ำเข้าไปได้หรือไม่ 
ตัวอย่างเช่น
IP44 = ป้องกันของแข็งขนาด 1 มม ได้ ป้องกันละอองน้ำได้ทุกทิศ แต่ไม่สามารถอยู่ในน้ำได้
หากตารางด้านบนจำยากเกินไป สามารถจำแค่ 3 ตัวเลขนี้ก็พอครับ
IP44 เหมาะกับการติดใต้ชายคา หรือ ใช้ในห้องน้ำได้
IP65 สามารถติดในบริเวณที่โดนฝนเต็มๆได้ ไม่ต้องมีชายคา 
IP67 สามารถติดใต้น้ำได้ ฝุ่นไม่สามารถเข้าได้ 100% 

7. หลอด LED -  หลอด แอล อี ดี

ณ ปัจจุบัน หลอดไส้ หลอดฟลูออเรสเซนต์ แทบจะหายหมดเกลี้ยงไปจากท้องตลาด
ด้วยความที่หลอด LED กินไฟน้อย ให้ความสว่างมาก แถมยังอายุยืนยาว 
ทำให้ ทั่วโลกหันมาใช้หลอด LED กันหมด เพราะสามารช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย
หลอด LED สามารถผลิตออกมาในขนาดเล็ก สามารถใช้ในที่ ที่พื้นที่น้อย
 
ทุกวันนี้ มีหลอด LED จำหน่ายมากมายในท้องตลาด มีทั้งที่ได้มาตรฐาน และ ไม่มีมาตรฐาน
ปัจจัยนึงที่สำคัญที่คนซื้อมองข้ามในการตัดสินใจซื้อ
คือ เรื่องของการรับประกันการใช้งานของหลอด LED

หากเป็นของที่ดีจริง หลอด LED ควรมีการรับประกันอย่างน้อย 1 ปี ขึ้นไป



8. ชนิดของหลอด


8.1 หลอดขั้วเกลียว

ขั้วเล็กเรียกว่า E14 ขั้วใหญ่เรียกว่า E27
อยู่กับโลกนี้มาแต่โบราณ
เป็นหลอดที่ เปลี่ยนได้ง่ายโดนการหมุนออก 
ตัวโคมที่ใช้กับหลอดประเภทนี้มีมากมาย
ขั้วหลอดชนิดนี้ เชื่อว่าจะอยู่ไปตลอดกาล
โดยส่วนมากหลอดขั้วเกลียว
จะเหมาะกับการให้แสง General (แสงทั่วไป)
โดยเหมาะกับฝ้าที่สูง ไม่เกิน 3 เมตร

8.2 หลอด AR111

หลอดที่ให้แสง Accent
เหมาะกับฝ้าที่สูง 3-5 เมตร
เนื่องจากหลอดชนิดนี้ติดบนฝ้าสูง
หลอด AR111 ที่เป็น LED จึงจำเป็นอย่างยิ่ง
เพี่อที่เราจะได้ ไม่ต้องลำบากปีนไปเปลี่ยนบ่อยๆ


8.3 หลอด GU10 & MR16

ทั้ง 2 หลอดมีหน้าตา และ หน้าที่คล้ายกัน
คือ ให้แสง Accent สำหรับฝ้าที่ต่ำกว่า 3 เมตร
สิ่งที่ต่างคือ MR16 ต้องใช้หม้อแปลง ในขณะที่ GU10 ไม่ต้องใช้